กรดไหลย้อน

หลายคนอาจเคยมีอาการแสบร้อนกลางอก เรอบ่อย หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนจุกในคอ อาการเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณของโรคกรดไหลย้อนที่กำลังพบได้บ่อยในยุคที่ชีวิตเร่งรีบ อาหารการกินไม่เป็นเวลา และความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัวค่ะ

โรคกรดไหลย้อนสามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้มากกว่าที่คิด การเข้าใจถึงสาเหตุ ปัจจัยกระตุ้น และการดูแลตนเองอย่างถูกต้องจะช่วยให้อาการกรดไหลย้อนทุเลาลง และกลับมาใช้ชีวิตที่มีคุณภาพได้อีกครั้ง

Key Takeaway

  • กรดไหลย้อนเกิดจากพฤติกรรมเป็นหลัก เช่น การกินมื้อใหญ่ นอนทันทีหลังทานอาหาร ดื่มน้ำอัดลมหรือแอลกอฮอล์ รวมถึงความเครียดสะสม
  • การรักษาเริ่มจากการปรับพฤติกรรม เช่น ปรับเวลารับประทานอาหาร เลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้นอาการกำเริบ ใช้ยาลดกรดตามแพทย์สั่ง และดูแลท่านั่ง–ท่านอนให้เหมาะสม
  • เก้าอี้สุขภาพ FLOW โหมด Zero Gravity Mode และ Harmony Mode ช่วยกระจายน้ำหนัก ลดแรงกดบนกระดูกสันหลัง ลดความตึงเครียด และลดโอกาสเกิดกรดไหลย้อนได้

โรคกรดไหลย้อน คืออะไร

โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease: GERD) คือภาวะที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารเกิดไหลย้อนกลับขึ้นไปที่หลอดอาหาร กรดจากน้ำย่อยทำให้หลอดอาหารระคายเคือง และก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ ที่รบกวนคุณภาพชีวิตปกติ ไม่ว่าจะอาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว หรือไอเรื้อรังค่ะ 

อาการโรคกรดไหลย้อน เป็นอย่างไร

กรดไหลย้อนอาการ

อาการของโรคกรดไหลย้อนสามารถค่อย ๆ พัฒนาไปตามความรุนแรง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรมหรือรับการรักษาที่เหมาะสม อาการอาจทวีความรุนแรงมากขึ้นจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ค่ะ ซึ่งโรคกรดไหลย้อนแต่ละระยะจะมีอาการดังต่อไปนี้

กรดไหลย้อน อาการระยะที่ 1

กรดไหลย้อนระยะแรกจะเริ่มมีอาการแสบร้อนกลางอก เรอบ่อย แน่นท้อง จุกคอ หรือมีรสเปรี้ยวขมในปากหลังทานอาหาร เป็นอาการที่ยังไม่รุนแรงและมักดีขึ้นเมื่อปรับพฤติกรรมการกินค่ะ

กรดไหลย้อน อาการระยะที่ 2

อาการกรดไหลย้อนจะเริ่มเกิดถี่ขึ้นค่ะ โดยเฉพาะหลังอาหารหรือเมื่อนอนราบ อาจมีเสมหะในลำคอ ไอเรื้อรัง เสียงแหบ หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ หลายคนเริ่มมีปัญหานอนหลับเพราะอาการกำเริบตอนกลางคืนด้วย

กรดไหลย้อน อาการระยะที่ 3

ความรุนแรงมากขึ้นและเริ่มมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันแล้วค่ะ ซึ่งอาจมีอาการปวดแสบรุนแรงบริเวณหน้าอก เจ็บคอเรื้อรัง กลืนอาหารลำบาก หรือรู้สึกแน่นหน้าอกมากจนคล้ายอาการหัวใจขาดเลือด ซึ่งมักจะต้องได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมค่ะ

กรดไหลย้อน อาการระยะที่ 4

เป็นระยะเรื้อรังและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การอักเสบของหลอดอาหาร แผลหลอดอาหาร หรือภาวะ Barrett’s esophagus ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งหลอดอาหาร อาการในระยะนี้ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องและติดตามโดยแพทย์อย่างใกล้ชิดค่ะ

สาเหตุของโรคกรดไหลย้อน เกิดจากอะไร

กรดไหลย้อนเกิดจากอะไร

สาเหตุของโรคกรดไหลย้อนส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร การดื่มน้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการทานมื้อใหญ่เกินไป นอกจากนี้ ความเครียดก็เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้กรดหลั่งมากขึ้นและทำให้อาการกำเริบได้ง่ายอีกด้วยค่ะ อย่างไรก็ตาม โรคกรดไหลย้อนยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของร่างกาย ดังนี้

  • ความผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง (LES) : เมื่อกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือปิดไม่สนิท ทำให้กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหารได้ง่าย
  • หลอดอาหารบีบตัวผิดปกติ : ส่งผลให้การเคลื่อนตัวของอาหารลงสู่กระเพาะช้าลง ทำให้อาหารหรือกรดที่ไหลย้อนขึ้นมาค้างอยู่ในหลอดอาหารนานขึ้น
  • กระเพาะอาหารว่างช้ากว่าปกติ (Gastric emptying delay) : ทำให้อาหารค้างในกระเพาะนาน เพิ่มโอกาสที่กรดจะดันย้อนขึ้นมา
  • น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน : ไขมันรอบช่องท้องเพิ่มแรงดันต่อกระเพาะอาหาร ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นมาง่ายขึ้น
  • การตั้งครรภ์ : ฮอร์โมนและแรงดันที่เพิ่มขึ้นในช่องท้องทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้บ่อย
  • ยาบางชนิด : ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาลดความดันบางประเภท หรือยาแก้อักเสบ NSAIDs อาจทำให้หูรูดหลอดอาหารคลายตัวหรือทำให้หลอดอาหารระคายเคือง

รักษาโรคกรดไหลย้อนได้อย่างไร

โรคกรดไหลย้อนสามารถรักษาได้หลายวิธีค่ะ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคน ดังนี้

  • ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต : เป็นวิธีแก้กรดไหลย้อนหลักที่ช่วยบรรเทาอาการได้อย่างชัดเจน ซึ่งสามารถทำได้โดย
    • หลีกเลี่ยงการนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร ควรเว้นอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง
    • เลี่ยงการกินมื้อใหญ่ แนะนำให้กินน้อยแต่บ่อยครั้ง
    • ลดอาหารที่กระตุ้นอาการ เช่น ของมัน ของทอด ชา กาแฟ น้ำอัดลม และแอลกอฮอล์
    • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
    • หลีกเลี่ยงการก้มตัวหรือยกของหนักหลังรับประทานอาหาร
  • ใช้ยาแก้กรดไหลย้อน : เพื่อลดกรดและป้องกันการระคายเคืองหลอดอาหาร
    • ยาลดกรด (Antacids)
    • ยาลดการหลั่งกรด เช่น H2-blockers
    • ยากลุ่มยับยั้งการหลั่งกรดแบบแรง (PPIs) ซึ่งแพทย์มักใช้ในผู้ที่มีอาการเรื้อรัง
    • ยาช่วยเพิ่มการเคลื่อนตัวของทางเดินอาหาร (Prokinetics)
  • การรักษาโดยการผ่าตัด : เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ยาแล้วไม่ดีขึ้น มีภาวะแทรกซ้อน หรือมีปัญหาหูรูดหลอดอาหารอ่อนแรงมากค่ะ

แนวทางการป้องกันโรคกรดไหลย้อน ทำได้อย่างไร

โรคกรดไหลย้อน วิธีรักษาป้องกัน

การป้องกันโรคกรดไหลย้อนสามารถทำได้ง่ายกว่าที่คิดค่ะ เพียงปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้เหมาะสม ก็ช่วยลดโอกาสการเกิดอาการได้อย่างมาก ซึ่งจะมีแนวทางป้องกันโรคกรดไหลย้อนดังนี้

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการกรดไหลย้อน เช่น อาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของทอด ของมัน น้ำอัดลม ชา กาแฟ ฯลฯ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และลดระดับความเครียด ซึ่งเป็นอีกปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการหลั่งกรดมากขึ้น
  • จัดท่านอนให้เหมาะสม โดยการยกหัวเตียงให้สูงขึ้นเล็กน้อย หรือเลือกหมอนที่ช่วยรองรับศีรษะและลำตัวอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันกรดไหลกลับขึ้นมาขณะหลับ

ท่านั่งและท่านอนมีส่วนสำคัญที่ช่วยลดโอกาสเกิดกรดไหลย้อนค่ะ ซึ่งเก้าอี้ปรับนอน FLOW จาก Ollu Thailand โดยเฉพาะ Zero Gravity Mode ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยปรับท่านั่งและท่านอนให้ถูกตามหลักสรีรศาสตร์ กระจายน้ำหนักพร้อมลดแรงกดบนกระดูกสันหลัง ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย พร้อมปรับท่านั่งให้เหมาะสม ลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระตุ้นอาการกรดไหลย้อนได้

นอกจากนี้ เก้าอี้ Recliner รุ่น FLOW ยังมีโหมดการใช้งานอื่น ๆ ให้เลือกมากมาย เช่น Harmony Mode ท่านอนที่ยกศีรษะสูงเล็กน้อยคล้ายการนั่งหลับเพื่อป้องกันกรดไหลย้อน หรือ Deep Rest Mode ท่านอนราบที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายสูงสุด การนั่งและนอนด้วยท่าทางที่ถูกต้องและสบายจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความเครียดและบรรเทาปัจจัยเสี่ยงของโรคกรดไหลย้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ 

กรดไหลย้อนหลีกเลี่ยงได้ เริ่มต้นที่การปรับพฤติกรรม

กรดไหลย้อนอาจฟังดูน่ากังวลแต่สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลพฤติกรรมให้ถูกสุขลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเวลากินอาหาร หลีกเลี่ยงการนอนทันทีหลังกิน ลดอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการ เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงโรคกรดไหลย้อนได้มากแล้วค่ะ

และถ้าต้องการดูแลสุขภาพโดยรวมให้ดีขึ้น ลองพิจารณาใช้เก้าอี้พักผ่อนที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomic) อย่างเก้าอี้รุ่น FLOW จาก Ollu Thailand ที่มาพร้อมโหมด Zero Gravity ที่ช่วยกระจายน้ำหนัก รองรับแนวกระดูกสันหลังตามธรรมชาติ ส่งผลให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระตุ้นกรดไหลย้อนได้ในระยะยาว และโหมด Harmony Mode ช่วยปรับท่านอนให้ศีรษะอยู่สูง ลดโอกาสเกิดกรดไหลย้อนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะนั่งหลับหรือนอนบนเก้าอี้ก็ตอบทุกโจทย์การใช้งาน

ติดต่อสอบถาม หรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกรดไหลย้อน

กรดไหลย้อน ควรกินอะไร

ควรเลือกอาหารย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ผักนึ่ง เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ผลไม้ไม่เปรี้ยว เช่น กล้วย แอปเปิล เป็นต้น

วิธีบรรเทาอาการกรดไหลย้อนเบื้องต้น ทำได้อย่างไร

หลีกเลี่ยงการนอนทันทีหลังอาหาร ดื่มน้ำอุ่นเล็กน้อย กินอาหารปริมาณพอเหมาะ และนั่งตัวตรงเพื่อช่วยลดการไหลย้อนของกรด หากอาการไม่ดีขึ้นอาจใช้ยาลดกรดตามคำแนะนำของแพทย์

กรดไหลย้อนอันตรายถึงขั้นเป็นมะเร็งได้ไหม

โดยทั่วไปกรดไหลย้อนไม่ได้ทำให้เป็นมะเร็งในทันที แต่หากปล่อยให้เรื้อรังจนเกิดการอักเสบอย่างต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะ Barrett’s esophagus ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งหลอดอาหารได้ 

Similar Posts