เคยรู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น หรือทำกิจกรรมที่เคยชอบก็ไม่รู้สึกสนุกสนานเหมือนเดิมอีกต่อไปไหมคะ? หากคุณกำลังเผชิญกับความรู้สึกเฉยชา ไม่มีอารมณ์ร่วม หรือไม่สามารถเพลิดเพลินกับสิ่งใด ๆ ได้เลย นั่นอาจเป็นสัญญาณของภาวะสิ้นยินดี (Anhedonia) ที่กำลังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคุณอย่างเงียบ ๆ
บทความนี้ Ollu Thailand จะพาไปทำความรู้จักว่าภาวะสิ้นยินดีคืออะไร ภาวะสิ้นยินดีเกิดจากอะไร และจะแก้ไขอาการนี้ได้อย่างไร เพื่อให้สามารถกลับมาพบความสุขในชีวิตประจำวันได้อีกครั้ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่รู้สึกว่าเริ่มหมดไฟ การทำความเข้าใจภาวะนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ
Key Takeaways
- ภาวะสิ้นยินดี (Anhedonia) คือการสูญเสียความสามารถในการรู้สึกยินดีหรือเพลิดเพลินกับกิจกรรมที่ปกติแล้วจะทำให้เกิดความสุข ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวหรือกิจกรรมทางสังคมค่ะ
- ภาวะสิ้นยินดีเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทที่ควบคุมความรู้สึกพึงพอใจและรางวัลในสมอง รวมถึงปัจจัยทางพันธุกรรม สภาวะสุขภาพจิตอื่น ๆ เช่น โรคซึมเศร้า และความเครียดเรื้อรัง
- อาการภาวะสิ้นยินดีมีความหลากหลาย เช่น ไม่รู้สึกสนใจกิจกรรมที่เคยชอบ แยกตัวออกจากสังคม และแสดงออกทางอารมณ์น้อยลง
ภาวะสิ้นยินดี คืออะไร

ภาวะสิ้นยินดี หรือ Anhedonia มาจากคำในภาษาอังกฤษซึ่งประกอบด้วย “an-” ที่แปลว่า “ไม่มี” และ “hedone” ที่แปลว่า “ความสุข” ดังนั้น ภาวะสิ้นยินดีคือภาวะทางสุขภาพจิตที่หมายถึงการสูญเสียความสามารถในการรู้สึกยินดีหรือเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่าง ๆ ที่ปกติแล้วจะทำให้เกิดความสุข คนที่ประสบกับภาวะนี้จะมีความรู้สึกเฉยเมยต่อกิจกรรมที่เคยชอบ ความสัมพันธ์ทางสังคม หรือแม้แต่ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส เช่น การรับประทานอาหารอร่อย ๆ เป็นต้น โดยภาวะสิ้นยินดีแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
ภาวะสิ้นยินดีทางสังคม (Social Anhedonia)
ผู้ที่มีภาวะนี้จะไม่รู้สึกอยากใช้เวลาร่วมกับครอบครัว คนใกล้ชิด เพื่อนฝูง และผู้คนในสังคม มักจะแยกตัวออกจากการพบปะสังสรรค์ และไม่ต้องการสร้างปฏิสัมพันธ์กับใครเลยค่ะ
ภาวะสิ้นยินดีทางร่างกาย (Physical Anhedonia)
ผู้ที่มีภาวะนี้จะรู้สึกไม่มีความสุขหรือไม่เพลิดเพลินต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งในภาวะปกติสามารถสร้างความพึงพอใจได้ เช่น การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย หรือการทำงานอดิเรกค่ะ
อาการของภาวะสิ้นยินดี เป็นอย่างไร
ภาวะสิ้นยินดีมีอาการแตกต่างกันไปในแต่ละคน และบางครั้งผู้ป่วยอาจไม่สามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเองได้ค่ะ อาการสำคัญที่ควรสังเกตมีดังนี้
- รู้สึกเฉยชาต่อสิ่งรอบตัว ไม่มีความรู้สึกใด ๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย
- แยกตัวออกจากสังคม ไม่อยากพบปะผู้คน ชอบอยู่คนเดียว และมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างน้อยลง
- สูญเสียความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ งานอดิเรกหรือกิจกรรมที่เคยทำแล้วมีความสุข กลับรู้สึกไม่สนุกอีกต่อไปหรือน่าเบื่อ
- มีความคิดด้านลบต่อตนเองและผู้อื่น มักมองโลกในแง่ร้าย ไม่ไว้วางใจผู้อื่น และรู้สึกสิ้นหวังกับชีวิต
- ความสามารถในการแสดงอารมณ์ลดลง ไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ หรือแสดงออกทั้งการกระทำและคำพูดน้อยลง
- ความต้องการทางเพศลดลง ไม่มีความสนใจในเรื่องเพศเหมือนเดิม
- รู้สึกเบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร ไม่มีแรงจูงใจในการทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือไม่อยากออกไปไหน
- มีพฤติกรรมทำร้ายตัวเองหรือมีความคิดไม่ดี
สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการภาวะสิ้นยินดี มีอะไรบ้าง
ภาวะสิ้นยินดีเกิดจากความซับซ้อนของหลายปัจจัย ทั้งทางชีวภาพ จิตใจ และสิ่งแวดล้อมค่ะ ภาวะสิ้นยินดี มีสาเหตุหลัก ๆ เกี่ยวข้องกับการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง โดยเฉพาะโดพามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกพึงพอใจและระบบรางวัล (Reward System) ซึ่งยกตัวอย่างได้ดังนี้
- ความผิดปกติของระบบประสาท : การเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาท เช่น โดพามีน นอร์เอพิเนฟริน และเซโรโทนิน อาจส่งผลให้สมองตอบสนองต่อรางวัลและความสุขได้น้อยลง
- สภาวะสุขภาพจิต : ภาวะสิ้นยินดีเป็นอาการสำคัญที่พบได้บ่อยในโรคซึมเศร้า (Major Depressive Disorder), โรคจิตเภท (Schizophrenia), โรคไบโพลาร์ และความผิดปกติของความวิตกกังวลบางชนิดค่ะ
- ความเครียดเรื้อรังและบาดแผลทางจิตใจ (Trauma) : การเผชิญกับความเครียดรุนแรงหรือบาดแผลในชีวิตอาจทำให้ระบบการตอบสนองต่อความสุขของสมองเกิดความเหนื่อยล้าหรือเปลี่ยนแปลงไป
- ผลข้างเคียงของยา : ยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคซึมเศร้า (โดยเฉพาะ SSRIs) หรือยาสำหรับโรคอื่น ๆ อาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดภาวะสิ้นยินดีได้
- พันธุกรรม : มีหลักฐานชี้ให้เห็นว่าความเสี่ยงในการเกิดภาวะสิ้นยินดีอาจส่งผ่านทางพันธุกรรมได้
ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะสิ้นยินดี

นอกเหนือจากสาเหตุทางชีวภาพและสุขภาพจิตแล้ว ยังมีปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะสิ้นยินดีที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและประสบการณ์ส่วนตัวด้วย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้สามารถกระตุ้นหรือทำให้อาการแย่ลงได้
- ความโดดเดี่ยวทางสังคม : การขาดการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่อาการทางสังคมได้
- การเจ็บป่วยทางร่างกายเรื้อรัง : โรคเรื้อรังบางชนิด เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน หรือโรคทางระบบประสาท อาจส่งผลต่ออารมณ์และความสามารถในการรู้สึกยินดี
- ปัญหาการนอนหลับ : การตื่นกลางดึกหรือการนอนไม่เพียงพออย่างต่อเนื่องมีผลต่อการทำงานของสมองและส่งผลให้รู้สึกเฉยชาได้ค่ะ การหาวิธีทำยังไงให้นอนหลับได้ดีขึ้นจึงสำคัญ
- ประวัติการถูกทอดทิ้งหรือการถูกทำร้าย : ประสบการณ์ที่ไม่ดีในช่วงวัยเด็กหรือการเผชิญกับเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรงอาจเป็นสาเหตุได้
- อายุ : แม้ว่าจะเกิดขึ้นได้ทุกวัย แต่ผู้สูงอายุอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงของสมองและการลดลงของกิจกรรมทางสังคมค่ะ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเก้าอี้ผู้สูงอายุจึงมุ่งเน้นที่การรีแล็กซ์ผ่อนคลายเพื่อช่วยรักษาสมดุลทางอารมณ์
ภาวะสิ้นยินดี อันตรายไหม
จากคำถามที่ว่าภาวะสิ้นยินดีอันตรายไหม? คำตอบคืออันตรายหากปล่อยปละละเลยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะภาวะสิ้นยินดีสามารถส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชีวิตของบุคคลนั้น ๆ ได้ค่ะ
- นำไปสู่โรคซึมเศร้า : ภาวะสิ้นยินดีเป็นอาการหลักและตัวบ่งชี้ความเสี่ยงสูงของการเป็นโรคซึมเศร้าที่รุนแรง หากไม่ได้รับการดูแลอาจพัฒนาไปสู่ภาวะซึมเศร้าเต็มรูปแบบได้
- กระทบความสัมพันธ์ : การขาดความสามารถในการแสดง อารมณ์ และความสุข ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและทำให้ความสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อน หรือคู่รักแย่ลง จนเกิดการแยกตัวจากสังคม
- ปัญหาการทำงานและการเรียน : การขาดแรงจูงใจและความเฉยชาส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานหรือการเรียนลดลงอย่างมาก
- พฤติกรรมทำร้ายตัวเอง : ในกรณีที่รุนแรง ภาวะสิ้นยินดีที่ไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่ความคิดหรือพฤติกรรมการทำร้ายตัวเอง หรือหนีจากความว่างเปล่าค่ะ
- คุณภาพชีวิตโดยรวมลดลง : ผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดีมักมีชีวิตที่ไม่มีความสุข ขาดความเพลิดเพลินในชีวิตประจำวันอย่างมาก
เช็กลิสต์สังเกตตัวเองว่ากำลังมีภาวะสิ้นยินดีอยู่หรือไม่
หากรู้สึกไม่แน่ใจว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดกำลังมีภาวะสิ้นยินดีหรือไม่ ลองใช้แบบทดสอบหรือเช็กลิสต์เหล่านี้เพื่อประเมินเบื้องต้น การทดสอบนี้เป็นเพียงการสังเกตตนเองเบื้องต้นนะคะ หากมีความกังวล ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมต่อไป
ใช้คำถามเหล่านี้เป็นเช็กลิสต์และให้คะแนน (0 = ไม่จริงเลย, 1 = เป็นจริงบ้าง, 2 = เป็นจริงมาก)
- ฉันไม่รู้สึกสนุกสนานหรือเพลิดเพลินกับกิจกรรมที่ฉันเคยชอบ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นกีฬา หรือออกไปข้างนอก
- ฉันรู้สึกเฉยชาต่อความสำเร็จของตัวเองหรือเรื่องที่น่าตื่นเต้นในชีวิต
- ฉันหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน หรือไม่รู้สึกตื่นเต้นกับการใช้เวลาร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัว
- ฉันไม่รู้สึกเพลิดเพลินกับรสชาติอาหาร กลิ่น หรือการสัมผัสทางกายภาพที่น่ารื่นรมย์
- ฉันรู้สึกขาดพลังงาน ไม่มีแรงจูงใจ และรู้สึกว่ากิจกรรมต่าง ๆ เป็นภาระ
- ฉันไม่สามารถแสดงความรัก ความห่วงใย หรืออารมณ์ด้านบวกอื่น ๆ ต่อคนรอบข้างได้อย่างเป็นธรรมชาติ
รวม 5 วิธีรับมือภาวะสิ้นยินดี ปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

แม้ภาวะสิ้นยินดีจะเป็นภาวะที่กระทบกับจิตใจ แต่ก็สามารถรับมือและปรับปรุงได้ค่ะ ต่อไปนี้คือ 5 วิธีที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยจัดการกับภาวะนี้
1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน
ลองกำหนดตารางกิจกรรมในแต่ละวันให้มีสิ่งที่ต้องทำและสิ่งที่เคยชอบสลับกันไป การทำกิจกรรมทางกายภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นประจำสามารถกระตุ้นการหลั่งสารโดพามีนได้ค่ะ เช่น การเดินเล่นสั้น ๆ หรือการทำงานบ้าน นอกจากนี้ การจัดสรรเวลาให้ได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริงก็สำคัญ อย่าให้ชีวิตมีแต่งานและความเครียดค่ะ
2. มองหาเป้าหมายใหม่ ๆ
การตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ที่ทำสำเร็จได้ง่ายในแต่ละวัน จะช่วยให้สมองได้สัมผัสกับ ‘ความสำเร็จ’ ซึ่งเป็นการกระตุ้นระบบรางวัลของสมองให้ทำงานอีกครั้ง ภาวะสิ้นยินดีทำให้เราขาดแรงจูงใจ ดังนั้น การเริ่มต้นจากเป้าหมายที่ไม่ต้องใช้พลังงานมาก เช่น อ่านหนังสือหนึ่งหน้า หรือ นวดผ่อนคลายตัวเองสัก 10 นาทีก็เพียงพอแล้วค่ะ
3. มองโลกในแง่บวก
ฝึกฝนการจดจ่ออยู่กับสิ่งดี ๆ เล็กน้อยที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ลองจดบันทึกความรู้สึกขอบคุณ (Gratitude Journal) เพื่อปรับมุมมองและความคิดให้หันมาสนใจด้านบวกมากขึ้น การเปลี่ยนความคิดเป็นเรื่องยาก แต่การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้อารมณ์ค่อย ๆ ดีขึ้นได้ค่ะ
4. ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
การดูแลสุขภาพกายส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพจิตและภาวะสิ้นยินดี เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลีกเลี่ยงน้ำตาลและคาเฟอีนมากเกินไป หรือพยายามเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลาเพื่อแก้ปัญหาตื่นกลางดึก และทำให้การพักผ่อนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
5. อย่ากลัวที่จะปรึกษาจิตแพทย์
หากลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วแต่อาการภาวะสิ้นยินดียังคงอยู่หรือแย่ลง การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักบำบัดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถวินิจฉัยและวางแผนการรักษาภาวะสิ้นยินดีที่เหมาะสมได้ เช่น การบำบัดด้วยการพูดคุย (CBT) หรือการใช้ยาเพื่อปรับสมดุลสารสื่อประสาทในสมอง
ภาวะสิ้นยินดีกับการค้นหาความสุขที่หายไปอีกครั้ง
ภาวะสิ้นยินดีเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่บอกว่าจิตใจและสมองของเรากำลังเหนื่อยล้าและต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษค่ะ การทำความเข้าใจภาวะสิ้นยินดีและการค้นหาวิธีรักษาที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณกลับมาสัมผัสความยินดีและความสุขในชีวิตได้อีกครั้ง
Ollu Thailand ขอแนะนำโซฟาพักผ่อน FLOW ที่มาพร้อมกับ Zero Gravity Mode เป็นมากกว่าเฟอร์นิเจอร์ แต่คือนวัตกรรมผู้สูงอายุและนวัตกรรมสุขภาพ ออกแบบมาเพื่อช่วยให้พักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบทั้งร่างกายและจิตใจ โหมดต่าง ๆ ของ FLOW สามารถช่วยรีแล็กซ์ร่างกาย ช่วยคลายความเครียดในแต่ละวัน ให้ร่างกายได้พบความสุขจากการพักผ่อนอย่างแท้จริง
ติดต่อสอบถาม หรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่
- Website : https://olluthailand.com/
- Line : @Olluthailand
- Facebook : Olluthailand
- Instagram : Olluthailand
- Tel : 02-7399570
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะสิ้นยินดี
ภาวะสิ้นยินดีกับอาการเบื่อหน่ายเหมือนกันไหม
แตกต่างกันค่ะ ความเบื่อหน่ายเป็นความรู้สึกชั่วคราวที่เกิดขึ้นเมื่อเราทำกิจกรรมซ้ำ ๆ หรือไม่มีความท้าทาย และมักจะหายไปเมื่อเราเปลี่ยนไปทำอะไรใหม่ ๆ ขณะที่ภาวะสิ้นยินดีเป็นภาวะที่ลึกซึ้งกว่า โดยผู้ป่วยจะไม่สามารถรับรู้หรือสัมผัสความสุขได้เลย แม้จะทำกิจกรรมที่หลากหลายหรือเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมก็ตาม
ภาวะสิ้นยินดีทำให้เป็นซึมเศร้าได้ไหม
ได้ค่ะ ภาวะสิ้นยินดีเป็นหนึ่งในอาการสำคัญของโรคซึมเศร้า และยังสามารถนำไปสู่โรคซึมเศร้าที่รุนแรงขึ้นได้หากไม่ได้รับการดูแลรักษา เมื่อบุคคลไม่สามารถรับรู้ความสุขหรือความพึงพอใจได้เป็นเวลานาน ก็อาจส่งผลให้เกิดความรู้สึกสิ้นหวัง เศร้าหมอง และไม่เห็นคุณค่าในชีวิต ซึ่งเป็นลักษณะของโรคซึมเศร้าค่ะ
